โรงพยาบาลราชเวช เชียงใหม่

เกลือ กับโรคความดันโลหิตสูง

บาทความเพื่อสุขภาพ

เกลือ กับโรคความดันโลหิตสูง

เกลือ กับโรคความดันโลหิตสูง ในปัจจุบัน ประเทศอเมริกาได้มีการรณรงค์ ให้ประชาชนลดการกินเกลือให้น้อยลง เนื่องจากมีจำนวนผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้น และยังพบว่า มีการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในเด็กเล็กและเด็กโตเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน นายกเทศบาลเมือง New York, Michael Bloomberg จึงได้มีการขอร้องให้ร้านอาหารและร้านค้าที่ขายอาหารสำเร็จรูป ให้ลดจำนวนเกลือในอาหารลงถึง 25% ภายในปี 2014 เกลือ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างไร ในคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงนาน ๆ รวมถึงในเด็กหรือผู้สูงอายุ เมื่อกินเกลือมากกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ จะทำให้ไตมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำให้ไตไม่สามารถขับเกลือออกได้หมดเมื่อมีเกลือในเลือดเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะมีการกักเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ระดับเกลือ (NaCI) ในเลือดคงที่ เมื่อในระบบเส้นเลือดมีน้ำเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตาม ผู้ชำนาญของรัฐบาล ได้มีการคำนวณค่า ถ้าประชาชนลดการกินเกลือลง จะมีผลช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของประชาชนลงได้ถึง 150,000 คนต่อปี นอกจากนี้ นายแพทย์ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ได้เขียนลงในนิตยสารที่มีชื่อเสียงของอเมริกาว่า การลดการกินเกลือให้น้อยลง 25 – 30% จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 25 – 30% และช่วยลดอัตราการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้ถึง 20% บริษัทที่ทำการผลิตเกลือและอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารขบเคี้ยว ได้ออกมากล่าวว่า เกลือเป็นสารที่สำคัญที่ใช้ในการปรุงอาหารทุกชนิด เช่น การเติมเกลือลงในอาหารมีรสชาติดีขึ้น และดูน้อยลงน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้แนะนำว่า ประชาชนควรจะหันมาลดการรับประทานอาหาร เพื่อจะได้ช่วยการเกิดโรคต่าง ๆ ที่มีผลมาจากโรคอ้วน แทนที่จะลดการลดเกลือ โดย 77% ของเกลือที่เรากินนั้นได้มาจากอาหารสำเร็จรูป และอาหารที่กินจากร้านอาหารนอกบ้าน (ส่วนใหญ่จะมาจาก ขนมปัง และเนื้อ) ส่วนอีก 10% มาจากเกลือบนโต๊ะอาหาร และอาหารที่เตรียมที่บ้าน เกลือที่มีขายกันในท้องตลาด มีที่มาจาก 2 แห่งด้วยกัน คือ มาจากน้ำทะเล เมื่อน้ำทะเลระเหย ก็จะได้เกลือที่มีสีเล็กน้อย เนื่องจากมีสารอื่นปนอยู่ด้วย ทำให้มีรสชาติดีขึ้น อีกส่วนมาจากบ่อแร่ที่ขุดเอาเกลือมาจากใต้ดิน ซึ่งจะผ่านกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เกลือมีสีขาวนั้น และจะมีการผสมสารไอโอดีนซึ่ง เป็นสารที่ใช้ในการป้องกันโรคคอพอกด้วย ทางการแพทย์ ได้มีการแนะนำว่าคนทั่วไป ควรกินเกลือไม่เกิน 2,300 มก.ต่อวัน (ประมาณ 1 ช้อนชา) ยกเว้น ในเด็ก คนที่มีความดันโลหิตสูง และผู้สูงอายุ เกิน 40 ปีขึ้นไป ควรจะกินเกลือ ให้น้อยกว่า 1500 มก. ต่อวัน ชาวอเมริกาที่กินเกลือน้อยกว่า 2,300 มก. ต่อวัน นั้นมีเพียง 18.8% ของประชาชน ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ทุกคนควรกินเกลือให้น้อยลง โดยควรอ่านป้ายสลากบนกล่องของผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปทุกครั้ง

โรงพยาบาลราชเวช เชียงใหม่