การดูแลสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์ สำคัญกว่าที่คิด
สุขภาพช่องปากของคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากดูแลไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของภาวะคลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่ามาตรฐานได้
ในช่วงตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง อาจทำให้เหงือกบวม อักเสบ หรือมีเลือดออกง่ายกว่าปกติ ดังนั้นคุณแม่จึงควรใส่ใจการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพบทันตแพทย์สำหรับหญิงตั้งครรภ์
ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการทำทันตกรรม คือ ไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ประมาณ 4–6 เดือน หรือ 16–24 สัปดาห์) เนื่องจากเป็นช่วงที่อาการแพ้ท้องลดลง ร่างกายคุณแม่เริ่มปรับตัวได้ดี และครรภ์มีความแข็งแรงมากขึ้น
สามารถเข้ารับบริการ เช่น
· ขูดหินปูน
· ตรวจสุขภาพช่องปาก
· รักษาเหงือกอักเสบ
· อุดฟัน หรือรักษาฟันผุเบื้องต้น
ช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงการรักษาทางทันตกรรม
· ช่วงไตรมาสแรก (1–3 เดือนแรก)
เนื่องจากเป็นช่วงสำคัญของการสร้างอวัยวะทารก
· ช่วงไตรมาสสุดท้าย (7–9 เดือน)
คุณแม่อาจรู้สึกอึดอัด นอนทำฟันเป็นเวลานานได้ลำบาก
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น ปวดฟันรุนแรง ฟันคุดอักเสบ หรือเหงือกบวมเป็นหนอง ควรรีบพบทันตแพทย์ทันที
ข้อควรระวังเกี่ยวกับการ X-ray ฟันขณะตั้งครรภ์
โดยทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการ X-ray ทางทันตกรรมในระหว่างตั้งครรภ์ แต่หากมีความจำเป็น คุณแม่ควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์ เพื่อให้ทันตแพทย์ใช้อุปกรณ์ป้องกันรังสีอย่างเหมาะสม และวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัยที่สุด
วิธีดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับหญิงตั้งครรภ์
1. แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ
ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 นาที โดยใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เพื่อช่วยป้องกันฟันผุและลดการสะสมของคราบแบคทีเรีย
2. ทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน
ใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟัน เพื่อช่วยลดคราบจุลินทรีย์และป้องกันเหงือกอักเสบ
3. ดูแลช่องปากหลังอาเจียน
หากมีอาการแพ้ท้องและอาเจียน ไม่ควรแปรงฟันทันที เพราะกรดจากกระเพาะอาหารอาจทำให้ฟันสึกกร่อนได้ง่าย ควรบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือก่อน และเว้นประมาณ 1 ชั่วโมงจึงค่อยแปรงฟัน
4. เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างเหมาะสม
สามารถใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ หรือสูตรผสมฟลูออไรด์และคลอร์เฮ็กซิดีน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อช่วยลดการอักเสบของเหงือกและป้องกันฟันผุ
5. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพฟัน
ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีน หลีกเลี่ยงขนมหวาน น้ำหวาน และลดพฤติกรรมกินจุบจิบระหว่างวัน เพื่อลดความเสี่ยงของฟันผุ
สุขภาพช่องปากที่ดี เริ่มต้นได้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์
การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสมในระหว่างตั้งครรภ์ ไม่เพียงช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพฟันและเหงือกแข็งแรง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย
คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ พร้อมดูแลความสะอาดในชีวิตประจำวัน เพื่อการตั้งครรภ์ที่แข็งแรงและปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อย