คือ ภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดการโป่งพองหรือบวม ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งภายในรูทวาร หรือ ภายนอกบริเวณขอบทวารหนัก

บอกลาปัญหา ริดสีดวงทวาร
หากคุณมีอาการเหล่านี้

  • มีเลือดออกเมื่อเบ่ง หรือถ่ายอุจจาระออกมา
  • คันรอบบริเวณปากทวารหนัก
  • เจ็บบริเวณทวารหนัก
  • มีก้อนหรือติ่งเนื้อ ออกมาจากทวารหนักเมื่อขับถ่าย

วิธีป้องกัน

  • ขับถ่ายให้เป็นเวลา : หลีกเลี่ยงการนั่งถ่ายนานเกินไป เพราะจะเพิ่มแรงดันในทวารหนัก
  • ทานผักผลไม้เพิ่มกากใย : ช่วยอุจจาระนุ่ม ขับถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่งแรง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและสม่ำเสมอ : อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ลดโอกาสท้องผูก

ระยะไหนควรผ่าตัด

ริดสีดวง ระยะไหนที่ต้องผ่า
ระยะที่ ️1 หลอดเลือดที่โป่งพอง ยังเกิดอยู่ภายในทวารหนักและลำไส้ตรง และยังไม่มีหัวริดสีดวงโผล่ออกมา สามารถรักษาโดยการให้ยา หรือฉีดยาเข้าไปในตำแหน่งที่มีเลือดออกได้

ระยะที่ ️2 หัวริดสีดวงปลิ้นโผล่ออกมาอยู่ที่ปากทวารหนักในขณะถ่ายอุจจาระ แต่หัวที่โผล่ออกมานี้สามารถกลับเข้าไปภายในทวารหนักได้เองหลังจากขับถ่ายอุจจาระเสร็จ สามารถรักษาโดยใช้วิธียิงยางรัดโคนหรือหัวของริดสีดวงที่โผล่ออกมาได้ ซึ่งจะทำให้หัวริดสีดวงนั้นฝ่อและหลุดออกไปเอง

ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงจะไม่สามารถกลับเข้าไปภายในทวารหนักเองได้หลังจากขับถ่ายอุจจาระเสร็จ แต่ยังสามารถใช้นิ้วดันกลับเข้าไปภายในทวารหนักได้ สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการผ่าตัด

ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงจะกลับเข้าไปภายในทวารหนักไม่ได้ และจะค้างอยู่ที่ปากทวารหนัก ถึงแม้จะใช้นิ้วช่วยดันแล้วก็ตาม ซึ่งในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดมากและต้องรีบไปพบแพทย์ด่วน ก่อนที่หัวริดสีดวงจะเน่าตายจากการขาดเลือด สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการผ่าตัด

ผู้ป่วยที่มาด้วยริดสีดวงระยะที่ 3-4 จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น