รู้หรือไม่? อีสุกอีใสและงูสวัด เกิดจากเชื้อตัวเดียวกัน!
เชื้อไวรัส Varicella-Zoster (VZV) เป็นตัวการของทั้งสองโรค โดยจะแสดงอาการต่างกันในแต่ละช่วงของชีวิต
อีสุกอีใส (Chickenpox) มักเกิดในเด็กหรือผู้ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
การติดต่อ ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสน้ำเหลืองจากผื่น
อาการ มีไข้ อ่อนเพลีย ต่อมาจะขึ้นผื่นแดง คัน กระจายทั่วตัว กลายเป็นตุ่มน้ำใสแล้วตกสะเก็ด
การรักษา ให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส ยาลดไข้ ยาแก้คัน หลีกเลี่ยงการเกาเพื่อป้องกันแผลเป็น
เมื่อหายดีแล้ว เชื้อจะไม่ถูกกำจัดออกไปหมด แต่จะแฝงตัวอยู่ที่ปมประสาท รอวันถูกกระตุ้นอีกครั้ง
งูสวัด (Shingles) มักพบในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
สาเหตุ เชื้อ VZV ที่แฝงอยู่ถูกกระตุ้น (เช่น ความเครียด อายุมากขึ้น โรคประจำตัว)
อาการ ปวดแสบ ปวดร้อน คล้ายไฟฟ้าช็อต ตามแนวเส้นประสาท (มักขึ้นข้างเดียว) หลังจากนั้น 2-3 วัน จะขึ้นผื่นแดงเป็นกลุ่ม ต่อมาเป็นตุ่มน้ำ
การติดต่อ ติดต่อได้เฉพาะผู้ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน หากสัมผัสตุ่มน้ำอาจทำให้ผู้นั้นเป็นอีสุกอีใสได้ แต่ไม่ติดต่อเป็นงูสวัดโดยตรง
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย อาการปวดปลายประสาทเรื้อรัง (Postherpetic Neuralgia) ซึ่งปวดนานเป็นเดือนหรือปี ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
หากสงสัยเป็นงูสวัด ควรรีบพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมงแรก เพื่อรับยาต้านไวรัส ลดความรุนแรงของโรคและลดเสี่ยงอาการปวดเรื้อรัง
1.วัคซีนอีสุกอีใส สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป
– อายุ 1-12 ปี ฉีด 2 เข็ม ห่างอย่างน้อย 3 เดือน
– อายุ 13 ปีขึ้นไป ฉีด 2 เข็ม ห่างอย่างน้อย 1 เดือน
2.วัคซีนงูสวัด แนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ (แม้อายุน้อยกว่า)
ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน ช่วยลดโอกาสการเกิดงูสวัดและลดความรุนแรงหากเป็น
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 052-011999 ต่อ 128

