ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดธรรมดา และ ไข้หวัดใหญ่
- สาเหตุและการแพร่เชื้อ
ไข้หวัดธรรมดา
- เกิดจากเชื้อไวรัสได้หลายชนิด เช่น Rhinovirus หรือ Coronavirus
- อาการมักไม่รุนแรง และหายเองได้ภายใน 3-7 วัน
- แพร่เชื้อผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อน
ไข้หวัดใหญ่
- เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) สายพันธุ์ A หรือ B เป็นหลัก
- อาการรุนแรงกว่า อาจมีภาวะแทรกซ้อน และระบาดได้กว้างขวาง
- แพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนมีอาการ และต่อเนื่องได้อีก 5 วันหลังแสดงอาการ
- อาการที่สังเกตได้ชัดเจน
ไข้หวัดธรรมดา
- ไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้เลย
- ปวดเมื่อยเล็กน้อย หรือไม่มี
- อ่อนเพลียเพียงเล็กน้อย เป็นช่วงสั้นๆ
- อาการเด่นคือ น้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ
ไข้หวัดใหญ่
- ไข้สูงฉับพลัน (>38.5 องศา) มักมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณหลัง ต้นแขน และต้นขา
- อ่อนเพลียมาก นานหลายวันจนกระทบกิจวัตรประจำวัน
- มักมีอาการไอแห้ง เจ็บคอ คัดจมูก ตามหลังอาการไข้
- อาจมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดศีรษะ ปวดตา หรือในเด็กอาจมีท้องเสีย/อาเจียน
- สัญญาณเตือนที่ ควรรีบพบแพทย์ทันที
ในผู้ใหญ่
- ไข้สูงไม่ลดลงภายใน 48 ชั่วโมง หรือไข้กลับขึ้นมาใหม่หลังหายแล้ว
- หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- เวียนศีรษะ สับสน หน้ามืด หรือเป็นลม
- ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง หรือมีโรคประจำตัวที่อาการกำเริบ
ในเด็ก
- ซึมลง ไม่ยอมทานนมหรือน้ำ ปัสสาวะน้อยลง (สัญญาณขาดน้ำ)
- หายใจเร็ว หายใจมีเสียงวี้ด หรือปากเขียว
- ชัก งอแงผิดปกติ หรือปลุกตื่นยาก
- มีไข้สูงร่วมกับผื่นขึ้น หรืออาเจียนรุนแรง
4.การป้องกันเบื้องต้น
ปฏิบัติเป็นประจำ
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน หรือเมื่อมีอาการไอจาม
- ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดหน้า
- ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยๆ เช่น มือถือ หรือลูกบิดประตู
เสริมภูมิคุ้มกัน
- ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กอายุ 6 เดือน-5 ปี, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป, หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรัง
- พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
