ฝุ่น PM2.5 เป็นหนึ่งในปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง ฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ
การรู้จักสังเกตอาการเมื่อร่างกายได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างเหมาะสม
PM2.5 คืออะไร
PM2.5 (Particulate Matter 2.5) คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 20–25 เท่า
ฝุ่นชนิดนี้สามารถลอยอยู่ในอากาศเป็นเวลานาน และเมื่อสูดดมเข้าไปจะสามารถเข้าสู่
- ระบบทางเดินหายใจ
- ถุงลมปอด
- กระแสเลือด
ทำให้เกิดการอักเสบและส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
แหล่งกำเนิดของฝุ่น PM2.5
ฝุ่น PM2.5 สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- ควันจากรถยนต์และการจราจร
- การเผาในที่โล่ง เช่น การเผาเศษวัสดุการเกษตร เศษใบไม้ หรือขยะ
- ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม
- การก่อสร้าง
- ไฟป่า
- ควันจากการประกอบอาหาร (เช่นเตาถ่าน)
- ควันบุหรือ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า
อาการเมื่อได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5
เมื่อร่างกายได้รับฝุ่น PM2.5 อาจเกิดอาการได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่นและสุขภาพของแต่ละบุคคล
1. อาการทางระบบทางเดินหายใจ
- ไอ แสบจมูก
- แน่นหน้าอก
- หายใจลำบาก
- หายใจมีเสียงหวีด
- โรคหอบหืดกำเริบ
2. อาการระคายเคือง
- แสบตา น้ำตาไหล
- คัดจมูก น้ำมูกไหล
- จามบ่อย
3. อาการทั่วไปของร่างกาย
- ปวดศีรษะ
- เวียนศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้
ฝุ่น PM2.5 เสี่ยงทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง
การได้รับฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น
- โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
- โรคหอบหืด
- โรคปอดอักเสบ
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคหลอดเลือดสมอง
- ในบางการศึกษาพบว่า การได้รับฝุ่น PM2.5 ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด (องค์การอนามัยโลก จัดให้ PM 2.5 เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1)
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังฝุ่น PM2.5 เป็นพิเศษ
บุคคลบางกลุ่มมีความไวต่อฝุ่น PM2.5 มากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
- เด็กเล็ก
- ผู้สูงอายุ
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ป่วยโรคปอด (เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง)
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ
- ผู้ที่เป็นภูมิแพ้
กลุ่มเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูง
วิธีป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5
เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพ ควรปฏิบัติดังนี้
- ตรวจสอบค่าฝุ่น PM2.5 ก่อนออกจากบ้าน ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เช่น Air4Thai,IQAIR
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะเมื่อค่าฝุ่นสูงเกิน 75 มคก./ลบ.ม.
- สวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 สวมให้ครอบทั้งจมูกและปากแนบสนิท
- ปิดประตูหน้าต่าง เพื่อลดฝุ่นเข้าบ้าน
- ใช้เครื่องฟอกอากาศ ที่มีแผ่นกรอง HEPA ภายในบ้าน
- เมื่อออกนอกบ้านควรสวมแว่นตา เพื่อลดการระคายเคืองตา
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี อี เพื่อลดการอักเสบ
เมื่อมีอาการจากฝุ่น PM2.5 ควรพบแพทย์เมื่อไร
หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
- หายใจลำบาก จนพูดไม่เป็นประโยค
- แน่นหน้าอกอย่างรุนแรง
- ไอเรื้อรัง หรือไอมากขึ้นผิดปกติ
- หายใจมีเสียงหวีด
- โรคหอบหืดกำเริบ
- ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ (สัญญาณฉุกเฉิน ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที)
การตรวจสุขภาพและรับคำแนะนำจากแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยดูแลสุขภาพปอดได้อย่างเหมาะสม
หากคุณมีอาการสามารถเข้ามาพบแพทย์ ปรึกษาแพทย์ได้
สอบถามเพิ่มเติมที่ แผนกผู้ป่วยนอก โทร.052-011999 ต่อ 128